Lymphatic Drainage Therapy Program

Lymphatic Drainage Therapy Program


HOME  /  OUR SERVICE  /  Lymphatic Drainage Therapy Program

Lymphatic Drainage Therapy Program

การระบายน้ำเหลืองเพื่อการบำบัดรักษา

3 โปรแกรมหลัก

  1. สำหรับบุคคลทั่วไป
  2. ผู้ป่วยหลังการผ่าตัด เต้านม ผ่าตัดเอาต่อมน้ำเหลืองออก และอื่นๆ
  3. เตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดและฟื้นฟูหลังผ่าตัด

Program 1 สำหรับบุคคลทั่วไป

  1. กระตุ้นการไหลเวียนน้ำเหลืองเพื่อการขับของเสีย Detox
  2. กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน immune system
  3. กระตุ้นระบบประสาทผ่อนคลาย Parasympathetic system

Program 2. ผู้ป่วยหลังผ่าตัด เต้านม ซีส เอาต่อมน้ำเหลืองออก

  1. ลดปวด บวม
  2. ลดการยึดรั้งของผังผืด
  3. เพิ่มการยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ
  4. ป้องกันไหล่ติด
  5. ยืดกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รอบข้อไหล่ และสะบัก

Program 3. เตรียมพร้อม ก่อนผ่าตัดและฟื้นฟูหลังผ่าตัด

  1. กระตุ้นการไหลเวียนน้ำเหลืองเพื่อการขับของเสีย Detox
  2. กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน immune system
  3. การออกกำลังกล้ามเนื้อที่สัมพันธ์กับการผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่าปกติก่อนผ่าตัด

คู่มือการปฏิบัติตัวเพื่อเข้ารับการรักษา

การระบายน้ำเหลืองเป็นวิธีการช่วยกระตุ้นน้ำเหลืองและของเหลวภายในร่างกาย โดยการใช้มือสัมผัสที่เบาจะไปช่วยขจัดของเหลวและสารพิษที่คั่งค้างออกจากเนื้อเยื่อของร่างกาย และยังสามารถช่วยเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้เกิดการผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดจากภาวะอารมณ์ซึ่งเป็นผลดีต่อร่างกาย การจะได้รับผลที่ดีที่สุดจากการระบายน้ำเหลืองควรทำตามคำแนะนำ ดังนี้

ก่อนการรักษา

  1. แจ้งผู้รักษาหากมีอาการดังนี้
    • โรคประจำตัวต่างๆ
    • ปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์
    • มีไข้หรือติดเชื้อ
    • โรคหัวใจเฉียบพลัน(แน่นหน้าอก หายใจลำบาก) หรือ โรคไต
    • แผลสด หรือ แผลไฟไหม้
    • อยู่ในช่วงการมีประจำเดือน หรือ ตั้งครรภ์
  2. ทำความสะอาดระบบภายในร่างกายด้วยการดื่มน้ำสะอากมากๆ (อย่างน้อย 1.5 ลิตร ต่อวัน)
    หรือน้ำผลไม้สด เป็นเวลา2-4 วันก่อนการรักษา
  3. รับประทานอาหารอ่อนๆ ผลไม้หรือผักต้มในวันที่จะทำการรักษา เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาของร่างกายจากการขับสารพิษให้น้อยที่สุด
  4. ใส่เสื้อผ้าที่สบาย ไม่หนาจนเกินไป

ขณะรักษา

  1. ไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อผ้า
  2. หากรู้สึกไม่สบายตัวหรือมีอาการปวดใดๆเกิดขึ้นให้แจ้งผู้รักษาทันที
  3. ผ่อนคลายและงดใช้เสียงขณะทำการรักษา
  4. ผู้รักษาอาจให้ท่านหายใจเข้าออกลึกและช้าบ้าง เพื่อช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลือง

หลังการรักษา

  1. เล่าความรู้สึกขณะรักษาให้ผู้รักษาฟัง
  2. หลังการรักษาอาจมีหรือไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้
  3. อาการปวดเมื่อยตามตัว อยากนอนมากๆ เป็นอาการที่ร่างกายขับพิษออกมา
  4. หากต้องขับรถกลับให้มั่นใจว่าสามารถขับกลับเองได้
  5. ดื่มน้ำมากๆ (อย่างน้อยที่สุดคือ 1.5 ลิตรต่อวัน)

ที่มา Chikly Health Institute : USA

ข้อห้ามในการระบายน้ำเหลือง

  1. การติดเชื้อหรือการอักเสบเฉียบพลัน มีไข้
  2. มีปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนแบบรุนแรง เช่น หลอดเลือดแดงโป่งพอง หลอดเลือดแดงอุดตัน หลอดเลือดดำอุดตัน
  3. โรคหัวใจเฉียบพลัน ณ ขณะนั้น
  4. เลือดออกภายใน
  5. ปัสสาวะไม่หยุด
  6. มะเร็งที่ไม่ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์

ตารางการนัดหมาย

***นัดล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันก่อนเข้ารับการรักษา Lymph Drainage Therapy Program (การนวดระบายน้ำเหลืองเพื่อการบำบัดรักษา)

กภ. ปรียานันท์ วงศ์กระสันต์

  • 17.30,19.00 ทุกวัน อังคาร,พุธ เสาร์
  • 9.30,11.00 ทุกวันอาทิตย์

กภ. นิรมล กมลวัตร

  • 15.00,16.30 วันจันทร์
  • 13.00,14.30 วันพุธ

กภ. นัทยา มหาศักดิ์สวัสดิ์

  • 13.00,14.30 ทุกวัน อังคาร,พุธ, พฤหัสบดี และ ศุกร์

ระยะเวลา คัดกรองโรคและให้การรักษารวม 1 ชั่วโมง 30 นาที

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lymph Drainage Therapy

เทคนิคนี้ได้พัฒนาเลียนแบบการซ่อมแซมตนเองของร่างกายตามธรรมชาติ การไหลเวียนน้ำเหลืองที่ดีช่วยกำจัดของเสีย หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย โดยออกไปเป็นปัสสาวะ

การนวดกระตุ้นการไหลเวียนน้ำเหลืองนั้น จะใช้มือพาของเหลวไปยังทิศทางที่ควรไป ตามเส้นทางเฉพาะของเส้นน้ำเหลือง  เมื่อผู้รักษาให้การรักษาพบว่าทิศทางการไหลเวียนของน้ำเหลืองจะไหลไปผิดทิศทาง หรือความเร็วของการไหลช้าลง จะบ่งชี้ว่าร่างการส่วนนั้น หรือบริเวณนั้นเกิดความผิดปกติ หรือบาดเจ็บขึ้น เมื่อให้การรักษาแล้ว ผู้รักษาจะทำการทดสอบทิศทางและความเร็วด้วยมืออีกครั้ง ว่าการไหลเวียนบริเวณที่พบความผิดปกตินั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ผู้ให้การรักษา ได้ผ่านการฝึกฝนการรักษาด้วยเทคนิคการไหลเวียนน้ำเหลืองในเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย เช่น การไหลเวียนน้ำเหลืองในกล้ามเนื้อ เอ็น อวัยวะภายใน เยื่อหุ้มข้อต่อ เบ้าตา ผิวหนัง และเยื่อหุ้มกระโหลกศีรษะเป็นต้น

ที่มา Chikly Health Institute USA

https://chiklyinstitute.com/LDT/Discover